RSS

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

ถูกวิจารณ์-ต่อว่า


ก่อนอื่นควรถามตัวเองก่อนว่า คำวิจารณ์หรือคำตำหนินั้น มีส่วนจริงอยู่บ้างหรือไม่ ถูกต้องและมีเหตุผลเพียงใด หากจริง ถูกต้องและมีเหตุผล ไม่ว่ามากหรือน้อยเพียงใด ไม่ดีกว่าหรือหากคุณจะนำเอาคำวิจารณ์หรือหากคุณจะนำเอาคำวิจารณ์หรือคำตำหนินั้นไปปรับปรุงตนเองหรืองานการของคุณให้ถูกต้อง โดยเลือกเอาสาระ ส่วนถ้อยคำรุนแรง หรือสิ่งที่ผิดพลากคลาดเคลื่อนก็เอาทิ้งไป

พระพุทธองค์ตรัสว่าผู้มีปัญญาที่ชอบชี้โทษหรือตำหนิเราคือผู้ชี้ขุมทรัพย์ มองให้ดีจะพบว่าในคำตำหนินั้นมีของมีค่ามากมายที่หาไม่ได้จากคำชมหรือคำสรรเสริญ เช่น ทำให้เราเห็นความจริงอีกด้านหนึ่งของตัวเราที่เราหรือแม้แต่เพื่อน ๆ มองไม่เห็น หาไม่ก็ทำให้เรารู้จักนิสัยใจคอของผู้พูดดียิ่งขึ้น ช่วยให้เรารู้ว่าจะวางตัวหรือเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไรดีในคราวต่อไป

ขุมทรัพย์อีกอย่างหนึ่งที่ล้ำค่ามากก็คือ ได้เห็นสัจธรรมว่า คำชมหรือคำตำหนิ เป็นของคู่กัน เช่นเดียวกับสรรเสริญและนินทาไม่มีใครที่ได้รับคำชื่นชมอย่างเดียว ยิ่งได้รับการชื่นชมสรรเสริญมากเท่าไร ก็ถูกตำหนิติฉินและนินทามากเท่านั้น ถ้าตระหนักว่านี้เป็นธรรมดาโลก ก็ไม่ควรหวั่นไหวทั้งกับคำชมและคำตำหนิ

ใช่หรือไม่ว่า ยิ่งเรายินดีพอใจ เมื่อได้รับคำชม เราก็ยิ่งขุ่นเคืองใจเมื่อมีคนตำหนิดังนั้นถ้าไม่อยากทุกข์เพราะคำตำหนิ ก็อย่าไปหลงดีใจเมื่อมีคนชม ยิ่งหัวเราะเสียงดังมากเท่าไร เวลาร้องไห้ก็เสียงดังมากเท่านั้น

by nat 05-03-2010

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น