RSS

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

ล้มละลาย


กิจการล้มละลายไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจะล้มละลายด้วย คุณยังมีสิ่งดี ๆ ที่ทรงคุณค่าอีกมากมายในชีวิต อาทิ พ่อแม่ คนรัก ลูกหลาน มิตรสหาย ซึ่งรักและปรารถนาดีต่อคุณ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ชีวิตคุณยังมีคุณค่า ทั้งต่อตัวคุณเองและต่อผู้อื่นอีกมากมาย อย่าลืมว่าคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จหรือความมั่งคั่งร่ำรวย แต่อยู่ที่คุณงามความดี

ไม่มีอะไรที่สายเกินกว่าจะเริ่มต้นใหม่ตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจและสติปัญญา ก็สามารถเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ได้เสมอ และเมื่อจะเริ่มต้นใหม่ ก็อย่าลืมเอาความผิดพลาดในอดีตมาเป็นครู ความล้มเหลวที่ผ่านมาสามารถให้บทเรียนที่มีคุณค่ามหาศาลแก่คุณได้ ไม่มีใครที่เดินโดยไม่เคยหกล้ม แต่เมื่อล้มแล้วควร "หยิบ" อะไรขึ้นมาสักอย่างสองอย่างก่อนจะลุกและก้าวเดินต่อไป

by nat 19-03-2010

วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553

ลูกไม่เป็นดั่งใจ



เขาเป็นลูกของเราก็จริง แต่ไม่ใช่ "ของเรา"
ในความหมายที่เราสามารถควบคุมบังคับบัญชาให้เป็นไปตามอำนาจจองเราได้ อย่าว่าแต่ลูกเลย แม้แต่ตัวเราเองยังไม่สามารถควบคุมร่างกายหรือความคิดให้เป็นไปตามใจได้ เราไม่อยากแก่ ร่างกายก็ยังแก่ เราไม่อยากโกรธ แต่ใจก็ยังโกรธ

ลูกย่อมมีความคิดจิตใจและมีวิถีชีวิตของเขาที่ไม่มีวันจะเหมือนคุณได้ คุณต้องเปิดโอกาสให้เขารู้จักตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมทั้งเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง เขาอาจตัดสินผิดในความคิดของคุณ แต่อาจถูกต้องในความคิดของเขา หรือเหมาะกับตัวเขาก็ได้ บางครั้งพ่อแม่จำเป็นต้องให้เขาลองผิดด้วยตัวเอง หน้าที่ของพ่อแม่คือสนับสนุนหากเขาเลือกถูก ให้กำลังใจและช่วยเขาสรุปบทเรียนหากเขาเกิดผิดพลาดขึ้นมา ไม่ควรซ้ำเติมเพื่อยืนยันว่าคุณเป็นฝ่ายถูกหรือเป็นผู้ชนะ

การพยายามเอาชนะลูก อาจเป็นการผลักดันให้เขาถอยห่างจากคุณ หรือดื้อดึงแข็งข้อเพื่อเอาชนะคุณให้ได้ หากทั้งสองฝ่ายพยายามเอาชนะกัน สุดท้ายอาจพ่ายแพ้ทั้งสองฝ่าย

กับดักของคนเป็นพ่อแม่คือ ชอบเปรีบบเทียบลูกของตนกับลูกของคนอื่น ซึ่งอาจเรียนเก่งกว่า สุภาพเรียบร้อยกว่า หรือเชื่อฟังพ่อแม่มากกว่า นั่นอาจทำให้พ่อแม่มองข้ามข้อดีบางอย่างของลูก เพราะเห็นแต่จุดอ่อนหรือข้อเสีย การตอกย้ำจุดอ่อนดังกล่าวยิ่งทำให้ลูกขาดความเชื่อมั่นในตนเอง หรือ ถึงกับดูถูกตนเอง ดังนั้นอย่าเพียงจับจ้องว่า "ลูกสร้างปัญหาอะไรบ้าง?" แต่ควรถามด้วยว่า "ลูกทำอะไรดีบ้าง?"




by nat
18-03-2010

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

ตกงาน



มองในแง่ดี การตกลงานทำให้คุณมีเวลาหางานใหม่ที่เหมาะกับตัวเอง หรือได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิม สตีฟ จ๊อบส์

ผู้ประดิษฐ์เครื่อง iPod เคยพูดว่า การที่เขาถูกไล่ออกจากบริษัทแอปเปิ้ลที่เขาเป็นคนก่อตั้งนั้น เป็น "สิ่งที่ดีสุดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผม" เพราะเปิดโอกาสให้เขามีอิสระที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ที่แปลกไปจากเดิม จนนำไปสู่การตั้งบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเรื่องการ์ตูนแบบอนิเมชั่น ก่อนที่เขาจะดังสุดขีดด้วยเครื่อง iPod


สำหรับบางคน การตกงานหมายถึง การได้กลับไปช่วยงานพ่อแม่ที่บ้าน ทำให้ได้อยู่ใกล้ชิดและตอบแทนผู้มีพระคุณอย่างเต็มที่แต่บางคนการตกงานทำให้มีเวลาทำบางสิ่งที่อยากทำแต่ผัดผ่อนมาตลอด อาทิ การปฏิบัติธรรม หรือบวชให้พ่อแม่ นี่อาจเป็นสิ่งที่กำลังรอคุณอยู่ก็ได้

ไม่ต้องห่วงว่าคุณจะตกงานไปตลอดชีวิตไม่ช้าก็เร็วคุณก็จะได้งานใหม่ทำ อย่าให้เหตุการณ์นี้ทำลายความเชื่อมั่นในตัวคุณหากว่ามันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ถึงจะใช่ก็ยังไม่สายที่จะปรับปรุงตัวเองใหม่

ข้อสำคัญ คือ ขณะที่คุณยังมีเวลามากมายในตอนนี้ ควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าอย่าเสียเวลาไปกับความเศร้าซึม เที่ยวเตร่หรือ นั่ง ๆ นอนๆ อยู่ที่บ้าน ควรสลัดความทุกข์และอดีตที่ไม่สมหวังทิ้งเสีย แล้วเดินหน้าต่อไปอนาคตที่สดใสยังรอคุณอยู่ข้างหน้า หาได้สิ้นสุดเพียงแค่วันนี้ไม่

by nat 17-03-2010

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

ขาดทุน


บางครั้งจะมานั่งเสียใจหรือโทษใครต่อใครควรไตร่ตรองทบทวนดูว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นที่ตรงไหน อาจไม่ได้เกิดจากคนอื่นแต่เกิดจากตัวเราเองก็ได้ มองในแง่ดีการขาดทุน คือ สัญญาณเตือนให้เราปรับปรุงตัวเองหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน หาไม่เราอาจขาดทุนหนักกว่านี้ มองในแ่ง่นี้ นับว่ายังดีที่วันนี้คุณขาดทุนเพียงเท่านี้











ความจริงอย่างหนึ่งที่ควรตระหนักก็คือ ชีวิตนี้ย่อมมีทั้งขึ้นและลงได้กับเสีย กำไรกับขาดทุนเป็นของคู่กัน ไม่มีใครทำกำไรได้ตลอด การขาดทุนจึงเป็นเรื่องธรรมดา มองให้ดีการขาดทุนกำลังสอนสัจธรรมแก่เราว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน และไม่มีอะไรที่อยู่ในการควบคุมของเราได้อย่างแท้จริง

by nat 15-03-2010

วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2553

มรรคเป็นเหตุความสงบเป็นผล



ศีลก็ดีสมาธิก็ดีปัญญาก็ดีสิ่งทั้งสามประการนี้ท่านเรียกว่า มรรค อันมรรคนี้ยังมิใช่ศาสนา อีกซ้ำยังไม่ใช่สิ่งที่พระศาสดาต้องการอย่างแท้จริงเลย แต่ก็เป็นหนทางที่จะดำเนินเข้าไป เหมือนกับที่ท่านมหามาจากกรุงเทพฯ จะมาวัดหนองป่าพง ท่านมหาคงไม่ต้องการหนทาง ต้องการถึงวัดต่างหาก แต่หนทางเป็นสิ่งจำเป็นแก่ท่านมหาที่จะต้องมา ฉะนั้น ถนนที่ท่านมหามานั้นมันไม่ใช่วัด มันเป็นเพียงถนนมาวัดเท่านั้น แต่ก็จำเป็นต้องมาตามถนนจึงจะมาถึงวัดได้

ศีลก็ดีสมาธิก็ดีปัญญาก็ดี ถ้าจะพูดว่านอกศาสนาแต่ก็เป็นถนนเข้าไปถึงศาสนา เมื่อทำศีลให้ยิ่งสมาธิให้ยิ่งปัญญาให้ยิ่งแล้ว ผลคือความสงบเกิดขึ้นมา นั่นเป็นจุดที่ต้องการ เมื่อสงบแล้วถึงได้ยินเสียงก็ไม่มีอะไร

เมื่อถึงความสงบอันนี้แล้วก็ไม่มีอะไรจะทำ ฉะนั้นพระศาสดาจึงให้ละ จะเป็นอะไรก็ไม่ต้องกังวลอันนี้เป็นปัจจัตตังแล้วจริงๆ มิได้เชื่อใครอีก หลักของพระพุทธศาสนาจึงมิได้มีอะไร ไม่มีฤทธิ์ไม่มีปาฏิหาริย์อย่างอื่นทั้งหลายทั้งปวง สิ่งเหล่านี้พระศาสดามิได้สรรเสริญแต่มันก็อาจทำได้เป็นได้ สิ่งเหล่านี้เป็นโมหธรรม พระศาสดาไม่สรรเสริญ ท่านสรรเสริญผู้ที่ทำให้พ้นจากทุกข์ได้เท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยการปฏิบัติ อุปกรณ์เครื่องปฏิบัตินั้นได้แก่ ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา จะต้องฝึกหัดอย่างนี้

อันนี้คือทางดำเนินเข้าไป ก่อนจะถึงได้ต้องมีปัญญามาก่อน นี้เป็นมรรค มรรคมีองค์แปดประการรวมแล้วได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ากิเลสหุ้มขึ้นมาก็เกิดไม่ได้ ถ้ามรรคกล้าก็ฆ่ากิเลส ถ้ากิเลสกล้าก็ฆ่ามรรค สองอย่างเท่านี้ที่จะต่อสู้กันไปตลอดจนปลายทางทีเดียว รบกันไปเรื่อยไม่มีหยุดไม่มีสิ้นสุด

ขอบคุณบทความจากธรรมจักร

by nat

14-03-2010

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไม่เห็นทุกข์ มันก็ทุกข์เรื่อยไป


...ใครเคยโกรธไหม เมื่อโกรธขึ้นมามันเป็นสุขหรือทุกข์ไหมถ้าเป็นทุกข์ทำไมไม่ทิ้งมัน เอาไว้ทำไม นี่จะเข้าใจว่าเรารู้อย่างไรเล่า จะเข้าใจว่าเราฉลาดอย่างไรเล่า

ตั้งแต่เราเกิดมานี้ มันโกรธเรากี่หนมาแล้ว บางวันมันทำให้ครอบครัวเราทะเลาะกันก็ได้ร้องไห้ทั้งคืน ก็ได้ ขนาดนั้นก็ยังเกิดความโกรธอีก ยังเก็บมันเอาไว้ในใจอีก ทุกข์อีกอยู่ตลอดเวลา ตลอดถึงบัดนี้

ตั้งแต่นี้ต่อไปถ้าโยมทุกคนไม่เห็นทุกข์ มันก็จะทุกข์เรื่อยๆไป ถ้าเห็นทุกข์วันนี้เอามันทิ้งเสีย เอามันทิ้ง ถ้าไม่ทิ้งมัน มันจะให้เราทุกข์จนตลอดวันตาย ไม่ได้หยุด วัฏฏสงสารก็ต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าเรารู้จักทุกข์อย่างนี้ ก็แก้ปัญหาได้เท่านั้น

ฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านว่าไม่มีอุบายอะไรที่จะดีไปกว่านี้ อุบายที่จะไม่มีทุกข์ ก็เห็นว่าอันนี้ไม่ใช่ตัวอันนี้ไม่ใช่ของตัวเท่านี้ อันนี้เลิศแล้ว อันนี้ประเสริฐแล้ว แต่เราไม่ค่อยได้รับฟัง เมื่อทุกข์ทุกทีก็ร้องไห้ทุกที ยังไม่จำอีกนี่ ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ทำไมไม่ดูนานๆ ท่านอาจารย์สอนให้ดู ให้ภาวนาพุทโธ ให้เห็นชัด...

by nat
12-03-2010

ขอขอบคุณบทความจาก ธรรมจักร

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

พุทธพจน์สำหรับฉลาดทำใจ



....บัณฑิต ได้สุขหรือทุกข์กระทบ ก็ไม่แสดงอาการขึ้น ๆ ลง ๆ
....วิญญูชนตำหนิ ดีกว่าคนพาลสรรเสริญ

...การแนะนำเป็นความดีของปราชญ์ ปราชญ์ถูกว่ากล่าวโดยชอบก็ไม่โกรธ

...คนที่ถูกนินทาอย่างเดียว หรือได้รับการสรรเสริญอย่างเดียว ไม่เคยมีมาแล้ว จักไม่มีต่อไป ถึงในขณะนี้ก็ไม่มี

...ในโลกนี้ เวรระงับด้วยเวร ไม่เคยมี

...ตอนเ้ช้า ยังเห็นกันอยู่มากคน พอตกเย็นบางคนก็ไม่เห็น เมื่อเย็น ยังเห็นกันอยู่มากคนตกถึงเช้าบางคนก็ไม่เห็น

..เมื่อโศกเศร้าไป ก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง ร่างกายจะผ่ายผอม ผิวพรรณจะซูบซีด หม่นหมองส่วนผู้ที่ตายไปแล้ว ก็เอาความโศกเศร้านั้นไปช่วยอะไรตัวไม่ได้ ความร่ำไรรำพัน ย่อมไร้ประโยชน์

by nat 11-03-2010

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไม่มีเงินช้อปปิ้ง


ถึงคุณจะไม่มีเงินช้อปปิ้ง คุณก็ไม่ได้ขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไปเลยสักอย่าง อาจจะขาดความสนุกหรือความตื่นเต้นไปบ้าง แต่สิ่งที่คุณได้มาก็คือมีเวลาเหลือมากขึ้น สำหรับทำสิ่งที่เป็นประโยชน์


การท่องเที่ยวห้างนั้นมีเสน่ห์ตรงที่เพิ่มรสชาติและความตื่นเต้นให้กับชีวิต แต่ก็สร้างปัญหาแก่เราหลายอย่าง นอกจากเสียเวลาในการซื้อแล้ว ยังต้องเสียเวลาไปกับการใช้ของนั้นเพื่อให้คุ้มค่ากับที่ซื้อมา ยังไม่นับการดูแลรักษา เราทุกคนมีเวลาจำกัดอยู่ในโลกนี้ แต่ละวินาทีจึงมีค่า

เมื่อซื้อของมาแล้วยังต้องหาที่เก็บหลายคนซื้อของมาเก็บไว้เต็มบ้านจนรุกล้ำที่หลับที่นอนหรือเบียดเบียนพื้นที่สำหรับกิจกรรมอย่างอื่น ทำให้เกิดปัญหากับคนอื่นในครอบครัว นอกจากนั้นหากเอาเวลาไปเที่ยวห้างจนไม่มีเวลาให้เขาก็อาจทำให้เกิดความเหินห่างกันได้

แทนที่จะจดจ้องว่าคุณยังไม่มีอะไรบ้างลองหันมาชื่นชมกับสิ่งที่คุณมีอยู่ และพยายามใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า ขณะเดียวกันก็สำรวจให้ถี่ถ้วนว่าการช็อปปิ้งและของที่ซื้อมานั้นก่อภาระแก่คุณเพียงใดบ้าง ถึงตอนนั้นคุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีแล้วที่ไม่มีเงินไปช็อปปิ้ง

by nat 10-03-2010

วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

พุทธพจน์สำหรับปล่อยวาง



....ผู้ใดรู้ว่าคนอื่นโกรธแล้ว มีสติ ระงับได้ ผู้นั้นชื่อว่าบำเพ็ญประโยชน์แก่คนถึง 2 คน คือ ทั้งตนเอง และแก่คนอื่นนั้น

....วัยย่อมเสื่อมลงเรื่อยไป ทุกหลับตา ทุกลืมตา

....พึงมองเห็นคนมีปัญญา ที่ชอบชี้โทษพูดจาข่มขี่ เสมือนเป็นผู้บอกขุมทรัพย์

....จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้

....ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิต

....อย่าละห้อยความหลัง อย่ามัวหวังอนาคต

....ผู้ที่มัวเพลินประมาทอยู่กับสิ่งที่ชอบใจสิ่งที่รัก และสิ่งที่เป็นสุข จะถูกสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่รัก และความทุกข์ เข้าครอบงำ

by nat 09-03-2010

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

แก่ชรา




ถ้าคุณกำลังเข้าสู่วัยชรา ก็นับว่าคุณเป็นคนโชคดีคนหนึ่ง เพราะมีคนจำนวนมากมายที่ไม่สามารถมีชีวิตยืนยาวอย่างคุณได้

ความแก่เป็นธรรมดาของชีวิต ถ้าคุณยอมรับความจริงข้อนี้ได้ ใจคุณจะโปร่งโล่งขึ้นเหมือนวางของหนักลง มองให้ดี ความแก่กำลังสอนสัจธรรมแก่คุณอีกครั้งหนึ่งว่า ชีวิตนั้นไม่เที่ยง ไม่มีอะไรยั่งยืน หากคุณยังติดยึดในร่างกายของคุณว่าต้องเที่ยงต้องยั่งยืน คุณจะทุกข์อย่างยิ่ง ต่อเมื่อเลิกติดยึดในร่างกายว่าต้องเที่ยง ความทุกข์จะคลายไป แต่จะดีกว่านั้นหากคุณมองให้ลึกลงไปอีกว่า ใช้แต่ร่างกายเท่านั้นที่ไม่เที่ยง หากรวมไปถึงทุกสิ่งที่เรียกว่าสังขาร

กล่าวอีกนัยหนึ่งความแก่กำลังมาเตือนให้คุณปล่อยวางทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียงเกียรติยศ หน้าที่การงาน อย่าหมกหมุนกับสิ่งเหล่านั้นมากจนลืมไปว่าสักวันหนึ่งคุณต้องจากสิ่งเหล่านั้นไป ถึงตอนนั้นอะไรก็ตามไม่อาจช่วยคุณได้ มีแต่บุญกุศลหรือคุณงามความดีเท่านั้น ที่สามารถช่วยไปจนถึงปรโลกได้ จึงควรเร่งรีบทำความดี ขณะเดียวกันก็อย่าลืมทำสิ่งสำคัญให้แล้วเสร็จแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานภายนอก (เช่น การจัดการทรัพย์สมบัติทำงานในความรับผิดชอบให้ครบถ้วน) และงานภายใน (คือการฝึกใจให้พร้อมปล่อยวางในทุกสิ่ง)

by nat

08-03-2010

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไม่สวย ไม่สมส่วน


ก่อนอื่นแน่ใจแล้วหรือว่าคุณเป็นคนไม่สวย น้ำหนักเกิน ทรวดทรงไม่สมส่วน? เคยมีการสอบถามคนที่รูปร่างหน้าตาของตน สาเหตุก็เพราะไปเปรียบเทียบตัวเองกับดารา นักร้อง หรือนางแบบ สิ่งที่จะช่วยคุณได้ดีที่สุด ไม่ใช่เครื่องสำอาง หรือการผ่าตัดเสริมทรง แต่คือความรู้จักพอและหมั่นชื่นชมสิ่งที่คุณมีอยู่

แต่ไม่ว่าคุณจะสวยหรือไม่สวย ความจริงข้อหนึ่งที่พึงตระหนักก็คือ ความสวยที่รูปร่างหน้าตาให้ความเพลิดเพลินพอใจได้ชั่วครั้งชั่วครว เพราะในที่สุดก็ต้องแปรเปลี่ยนไป แม้จะพยายามขัดขืนความเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็ไม่อาจฝืนสังขารได้ แต่ความงดงามที่จิตใจให้ผลที่ยั่งยืนกว่า ร่างกายมีแต่จะเสื่อมลง แต่จิตใจนั้นสามารถตกแต่งให้งอกงามยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ได้

ถึงไม่สวย แต่หากมีจิตใจงดงาม ย่อมสามารถสร้างความประทับใจได้ยืนนาน และสานสัมพันธภาพได้ยั่งยืน อีกทั้งยังนำความสุขที่แท้มาให้แก่ตน ดังนั้นแทนที่จะเสียเวลากับการปรุงแต่งหน้าตาให้สะสวยหรือรักษารูปทรงให้สมส่วน ไม่ดีกว่าหรือหากจะมาใส่ใจกับการพัฒนาจิตใจให้งดงามและสร้างสรรค์คุณงามความดี เพราะนั่นคือคุณค่าที่แท้จริงของคุณที่ควรแก่ความภาคภูมิใจ หากจะอับอาจ ก็อย่าอับอายเพราะหน้าตาไม่สะสวยหรือรูปร่างไม่สมส่วน หากควรอับอายที่ไม่ได้ทำดีหรือให้ชีวิตให้มีคุณค่าแก่โลกเลย

by nat
05-03-2010

ถูกวิจารณ์-ต่อว่า


ก่อนอื่นควรถามตัวเองก่อนว่า คำวิจารณ์หรือคำตำหนินั้น มีส่วนจริงอยู่บ้างหรือไม่ ถูกต้องและมีเหตุผลเพียงใด หากจริง ถูกต้องและมีเหตุผล ไม่ว่ามากหรือน้อยเพียงใด ไม่ดีกว่าหรือหากคุณจะนำเอาคำวิจารณ์หรือหากคุณจะนำเอาคำวิจารณ์หรือคำตำหนินั้นไปปรับปรุงตนเองหรืองานการของคุณให้ถูกต้อง โดยเลือกเอาสาระ ส่วนถ้อยคำรุนแรง หรือสิ่งที่ผิดพลากคลาดเคลื่อนก็เอาทิ้งไป

พระพุทธองค์ตรัสว่าผู้มีปัญญาที่ชอบชี้โทษหรือตำหนิเราคือผู้ชี้ขุมทรัพย์ มองให้ดีจะพบว่าในคำตำหนินั้นมีของมีค่ามากมายที่หาไม่ได้จากคำชมหรือคำสรรเสริญ เช่น ทำให้เราเห็นความจริงอีกด้านหนึ่งของตัวเราที่เราหรือแม้แต่เพื่อน ๆ มองไม่เห็น หาไม่ก็ทำให้เรารู้จักนิสัยใจคอของผู้พูดดียิ่งขึ้น ช่วยให้เรารู้ว่าจะวางตัวหรือเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไรดีในคราวต่อไป

ขุมทรัพย์อีกอย่างหนึ่งที่ล้ำค่ามากก็คือ ได้เห็นสัจธรรมว่า คำชมหรือคำตำหนิ เป็นของคู่กัน เช่นเดียวกับสรรเสริญและนินทาไม่มีใครที่ได้รับคำชื่นชมอย่างเดียว ยิ่งได้รับการชื่นชมสรรเสริญมากเท่าไร ก็ถูกตำหนิติฉินและนินทามากเท่านั้น ถ้าตระหนักว่านี้เป็นธรรมดาโลก ก็ไม่ควรหวั่นไหวทั้งกับคำชมและคำตำหนิ

ใช่หรือไม่ว่า ยิ่งเรายินดีพอใจ เมื่อได้รับคำชม เราก็ยิ่งขุ่นเคืองใจเมื่อมีคนตำหนิดังนั้นถ้าไม่อยากทุกข์เพราะคำตำหนิ ก็อย่าไปหลงดีใจเมื่อมีคนชม ยิ่งหัวเราะเสียงดังมากเท่าไร เวลาร้องไห้ก็เสียงดังมากเท่านั้น

by nat 05-03-2010

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

อกหัก

ความพลาดหวังในรักไม่ได้หมายถึงความสิ้นสุดของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมีเพียงบางอย่างที่หลุดมือคุณไปแต่ยังมีสิ่งที่ทรงคุณค่าอีกมากมายที่อยู่กับคุณขณะเดียวกันการที่คุณถูกปฏิเสธความรักไม่ได้หมายความว่าตัวคุณไร้คุณค่า ยังมีคนอื่นอีกมากมายที่รักคุณ เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง มิตรสหาย หรือใครบางคนที่มีใจให้คุณ อย่าให้ใครคนเดียวมาตัดสินคุณค่าของตัวคุณหรือกุมชะตาชีวิตของคุณไว้

ขณะเดียวกันอกหักคืออดีตที่ผ่านไปแล้วความผิดหวังในอดีตทำอะไรคุณไม่ได้หากคุณไม่ยึดเกาะหรือแบกเอาไว้ยิ่งแบกก็ยิ่งทุกข์ปล่อยวางเสียได้จึงเป็นสุขมองในแง่ดีเขาหรือเธอคนนั้นยังไม่ใช่เนื้อคู่ของคุณการที่เขาหรือเธอปฏิเสธความรักของคุณ ทำให้คุณมีอิสระที่จะค้นหาผู้ที่เหมาะสมกับคุณจริง ๆ

เหตุการณ์อย่างนี้สอนเราว่าชีวิตไม่มีอะไรที่สมหวังไปเสียทุกอย่างความผิดหวังเป็นธรรมดาของชีวิตถึงแม้สมหวังวันนี้ก็ใช่ว่าวันหน้าจะสมหวังไปได้ตลอดความผิดหวังวันนี้มองแง่ดีเป็นการสร้างภูมิต้านทานให้คุณอดทนต่อความไม่สมหวังในวันข้างหน้าได้ดีขึ้น


by nat

04-03-2010

ยากจน



ก่อนอื่นคุณควรสำรวจตัวเองก่อนว่าคุณยากจนจริงหรือ?การที่คุณมีเงินน้อยกว่าคนอื่นไม่ได้หมายความว่าคุณยากจนเสมอไปคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่ายากจนก็เพราะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่เขามีมากกว่าทั้งๆ ที่ตัวเองมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต

ถึงแม้คุณไม่มีรถยนต์หรือบ้านของตัวเองแต่ลองมองให้ทั่วอาจพบว่าคุณเองมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่น้อย ที่ให้ความสุขสบายแก่ชีวิต ไม่ต้องปากกัดตีนถีบ หรือหาเ้ช้ากินค่ำ




ทันที่ท
ี่คุณรู้สึกพอใจหรือพอเพียงกับสิ่งที่มีอยู่ความรู้สึกจนจะหายไปความจนนั้นแยกไม่ออกจากเรื่องของจิตใจตราบใดที่ยังมีความอยากอยู่ก็จะรู้สึกจนอยู่เสมอและรู้เท่าทันอิทธิพลของการโฆษณาให้มากขึ้นแทนที่จะจดจ่อใส่ใจกับสิ่งที่ตัวเองยังไม่มี หันมาชื่นชมกับสิ่งที่ตัวเองมีบ้างคุณจะรู้สึกว่าคุณไม่ได้จนเลยคุณอาจมีทรัพย์สินเงินทองไม่มากแต่คุณก็ยังมีครอบครัวที่น่ารัก มีเพื่อนที่ดีมีสุขภาพแข็งแรงกินอิ่มนอนอุ่นไม่เป็นหนี้ใครทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลมากพอที่คุณควรรู้สึกพึงพอใจกับชีวิตแล้ว
มองให้ดี ความลำบากก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็ทำให้คุณเข็มแข็ง อดทนต่ออุปสรรค และรู้จักพึ่งตนเอง คนที่เติบโตมากับความสะดวกสบาย มักจะมีจิตใจอ่อนแอ ไม่ทนต่อความล้มเหลว ผิดหวังง่าย และมีแนวโน้มว่าสุขภาพจะย่ำแย่ด้วยเพราะกินดีอยู่ดีแต่ไม่ออกกำลังกายแถมไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าคนที่คบหานั้นจริงใจหรือหวังผลประโยชน์จากคุณ

จะมีเงินมากหรือน้อยก็แล้วแต่ ถึงที่สุดก็พึงตระหนักว่า ทรัพย์ที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณธรรมและสติปัญญา พุทธศาสนาเรียกว่าอริยทรัพย์ใครมีทรัพย์ดังกล่าวถึือว่าร่ำรวยอย่างแท้จริงเพราะนอกจากจะทำให้รู้จักอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะทำให้รู้จักพอเพียง และพอใจกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ยังหล่อเลี้ยงจิตใจให้เจริญงอกงาม เต็มไปด้วยความสุข จนเป็นอิสระจากความทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง อริยทรัพย์จึงเป็นสิ่งที่เราควรมีไว้ให้มาก ๆ

by nat
04-03-2010

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

เงินเดือนน้อย ตำแหน่งเล็ก



คุณค่าของงานไม่ได้วัดกันที่เงินเดือนหรือตำแหน่งแต่อยู่ที่ว่าเป็นสัมมาอาชีวะหรือไม่
ก่อประโยชน์แก่ส่วนรวมมากน้อยเพียงใดและเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้ศักยภาพอย่าง
เต็มที่แค่ไหนถึงจะเงินเดือนมากตำแหน่งสูงๆแต่ไม่ได้ใช้ความสามารถเลยหรือไม่ได้
สร้างสรรคประโยชน์แก่สังคมเลยจะน่าภาคภูมิใจที่ตรงไหน

แม้มีเงินเดือนน้อยตำแหน่งเล็กแต่ก็สามารถทำให้คุณภาคภูมิใจและมีความสุขได้ขึ้น
อยู่กับว่าคุณทำงานนั้นด้วยใจรักหรือไม่และเห็นคุณค่าของงานเพียงใดพึงตระหนัก
ว่าทำงานอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับทำงานอย่างไรด้วยเหตุนี้ยามจัดสรรหรือเสมียนบางคน
จึงมีความสุขกว่าผู้จัดการเสียอีก


ถ้าเงินเดือนไม่ใช้ก็ควรใช้จ่ายให้น้อยลงหรือไม่ก็หารายได้ทางอื่นมาเสริมแต่ถ้าคุณทุกข์
์เพราะเห็นเพื่อนๆมีเงินเดือนมากกว่าหรือตำแหน่งสูงกว่าคุณควรเปรียบเทียบตัวเองกับ
คนอื่นให้น้อยลงเพราะคุณจะหาความสุขได้ยากถึงคุณมีเงินเดือนหรือตำแหน่งเท่าเขาคุณ
ก็อาจจะทุกข์ที่เห็นเขามีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่กว่าหรือมีรถราคาแพงกว่าคุณจะไม่มีวันรู้
จักคำว่าเพียงพอหรือพอใจเลย


by nat

03-03-2010

ทะเลาะกับเพื่อนหรือคนรัก


ก่อนที่จะโยนความผิดไปให้เพื่อนหรือคนอื่นคุณแน่ใจหรือว่าคุณเข้าใจเขาถูกต้องแล้ว
ได้ยินหรือเห็นชัดเจนว่าเขาพูดและทำอะไรกับคุณไม่ได้ตีความไปเองถ้าคุณไม่ได้ยิน
หรือเห็นเองไม่ได้ตีความไปเองถ้าคุณไม่ได้ยินหรือเห็นเองแต่มีคนเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับ
ตัวเขาคุณแน่ใจได้อย่างไรว่านั่นเป็นความจริงไม่ใช่แค่ความคิดเห็นหรือข้อสรุปของผู้พูด


พึงยึดหลักกาลามาสูตรโดยเฉพาะข้อที่ว่าอย่าปลงใจเชื่อด้วยการฟังตามกันมาหรือด้วยตรรกะ
และการอนุมานหรือเพราะมองเห็นลักษณะอาการว่าน่าเป็นเช่นนั้นเมื่อตรวจสอบความจริง
แน่ชัดแล้วก่อนจะสรุปตามความคิดของคุณลองมองจากมุมของเขาบ้างหรือฟัังเหตุผลของเขา
ดูก่อนคุณอาจเห็นความจริงอีกแง่มุมที่ไม่คาดคิดก็ได้ข้อสำคัญคืออย่ายึดติดถือมั่นกับความเห็น
ของตนเองจนปิดกั้น ความเห็นของตนเองจนปิดกั้นความเห็นหรือเหตุผลของคนอื่น

แทนที่จะมองหาความบกพร่องของอีกฝ่ายลองย้อนกลับมาดูว่า คุณมีส่วนผิดพลาด
ตรงไหนบ้างการเปลี่ยนมุมมองอย่างนี้จะช่วยให้เกิดความเข้าใจเห็นใจและให้อภัย
ซึ่งกันและกันเมื่อถึงขั้นทะเลากันแล้วไม่มีฝ่ายใดผิดหมดหรือถูกหมดแต่ทั้งสองฝ่าย
มีส่วนถูกและผิดด้วยกันทั้งนั้นเพราะตบมือข้างเดียวย่อมส่งเสียงดังไม่ได้


by nat

03-03-2010

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

การทำงานไม่มีความสุข


คุณควรหาสาเหตุว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเป็นเพราะงานยากมองไม่เห็นผลเพื่อนร่วมงาน
ไม่ดีเจ้านายไม่ยุติธรรมเงินเดือนน้อย?แต่หลังจากมองออกไปนอกตัวแล้วอย่าลืมกลับ
มาถามตัวเองว่า คุณมีใจให้งานนี้แค่ไหน?


การทำงานอย่างมีความสุขเกิดขึ้นเมื่อคุณมีใจรักในงานนั้น ถ้าคุณรักงานนั้น
ถึงแม้จะยากผลสำเร็จยังไม่ปรากฎเจ้านายไม่ดีคุณก็ยังมีความสุขที่ได้ทำ
ใจรัก
ในงานอาจเกิดขึ้นเพราะเป็นงานที่คุณถนัดแต่ถึงแม้คุณไม่ถนัดก็สามารถน้อมใจ
ให้รักงานนั้นได้หากคุณเห็นงานนั้นมีคุณค่าเช่น เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเกื้อกูล
ต่อคนที่คุณรัก หรือช่วยให้คุณได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่

ความสุขในงานยังหาได้ไม่ยาก หากคุณทำงานอย่างมีใจจดจ่อกับงาน
ไม่วอกแวกฟุ้งซ่าน หรืออยากเห็นความสำเร็จของงานไว ๆ ใจจะจดจ่อ
อยู่กับงานอย่างต่อเนื่อง สมาธิจะเกิดขึ้น และสุขจะตามมาโดยอัตโนมัติ


ทำงานอะไรไม่สำคัญเท่ากับทำงานอย่างไรกล่าวคือทำด้วยใจรักหรือ
หวังเงินทองทำด้วยใจจดจ่ออย่างมีสติหรือทำด้วยใจที่ฟุ้งซ่านหากวางใจ
ไม่ถูกไม่ว่าทำงานอะไรเปลี่ยนงานกี่ครั้งก็หาความสุขได้ยากอย่าลืมว่าเรา
อาจเลือกงานไม่ได้แต่เราเลือกที่จะสนุกหรือสุขกับงานได้


ัby nat 02-03-2010

เจ็บป่วย


เวลาเจ็บป่วยขอให้ป่วยแค่กายอย่างเดียวอย่าให้ใจป่วยด้วยคือใจอย่าเป็นทุกข์หรือกังวัลไปต่างๆนานา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นทุกข์สองต่อความเจ็บป่วยไม่ใช่ของดีแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรยอมรับความจริงขณะเดียวกัน ก็ควรรู้จักหาประโยชน์หรือมองเห็นข้อดีของความเจ็บป่วยด้วยอย่างน้อยความเจ็บป่วยก็เปิดโอกาสให้เราได้
พักผ่อน หลายคนมีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวหรือหันมาสนใจธรรมะก็ตอนป่วยนี้เอง

ความเจ็บป่วยยังเป็นสัญญาณเตือนให้เราหันมาทบทวนตรวจสอบว่าการใช้ชีวิตของเรามีความผิดพลาดตรงไหน เราอาจทำงานหนักไปพักผ่อนน้อยไปกินอาหารไม่ถูกต้องขาดการออกกำลังกายหรืออยู่กับความเครียดความ โกรธมากไปหากเราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะก็เท่ากับว่าเราได้บทเรียนที่ล้ำค่า จากความเจ็บป่วย

มองให้ลึกลงไปสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสอนธรรมให้แก่เราว่าสังขารนั้นไม่เที่ยงความเจ็บป่วยเป็นธรรมดาของชีวิต การตระหนักซึ่งถึงสัจธรรมดังกล่าวนอกจากกระทำให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้นแล้วยังเกิดความไม่ประมาทเห็นคุณค่าของทุกวินาทีที่เรามีชีวิตอยู่ รวมทั้งเห็นคุณค่าของสุขภาพด้วย


by nat 02-03-2010

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

ของหาย


ถ้ายังหาของไม่เจอ ก็ไม่ควรเพิ่มทุกข์ให้แก่ตนเองด้วยการเฝ้ากังวล ย้ำคิดย้ำครุ่นถึงสิ่งนั้นเพราะ ถึงจะกังวลเพียงใด ก็ไม่ช่วยให้หาเจอได้เร็วขึ้น และหากของชิ้นนั้นไม่อาจหวนกลับคืนมาได้ จะมีอะไรดีกว่าการปล่อยวางเพราะเสียของไปแล้ว ไม่ควรเสียใจซ้ำเติมตัวเองเข้าไปอีก

หากยังทุกข์เพราะของชิ้นนั้นอยู่อย่าลืมว่าคุณยังมีทรัพย์สมบัติอีกมากมายที่ดีกว่าและมากกว่าของที่หายไป ใช่หรือไม่ว่าเรามักจะทุกข์เพราะไปให้ความสนใจกับสิ่งที่หายไปแล้ว (หรือยังไม่มี) มากกว่าสิ่งที่เรามีอยู่ในครอบครอบ ลองหันมาใส่ใจหรือชื่นชมกับสิ่งที่ยังอยู่กับเราในขณะนี้ดูบ้าง และปล่อยวางสิ่งที่กลายเป็นอดีตไปแล้วเราจะทุกข์น้อยลง

ที่นี้มองในแง่ดีดูบ้าง ก็คือคุณยังโชคดีที่ไม่เสียมากไปกว่นี้ แต่จะให้ดีกว่านี้ลองนึกดูว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ "บทเรียน" อะไรแก่คุณบ้าง มันอาจย้ำเตือนให้คุณมีความระมัดระวังยิ่งขึ้น มีสติหรือความไม่ประมาทยิ่งกว่าเดิม

ที่สำคัญมันอาจกำลังบอกสัจธรรมแก่คุณว่า ความพลัดพรากสูญเสียเป็นธรรมดาของชีวิต และคุณจะไม่สูญเสียเพียงเท่านี้แต่ยังจะต้องสูญเสียมากกว่านี้ จึงควรมองว่าความสูญเสียที่เพิ่งเกิดขึ้น เป็นแบบฝึกหัดให้คุณรู้จักทำใจปล่อยวาง เพราะถ้าคุณปล่อยวางไม่ได้กับเรื่องแค่นี้ ต่อไปคุณจะทุกข์มากกว่านี้ จะให้ดีอย่าปล่อยวางต่อเมื่อของหายไปแล้ว ควรทำตตั้งแต่ของนั้นยังอยู่กับคุณว่าไม่เที่ยง ไม่อาจอยู่กับคุณได้ตลอดเวลาหากทำใจได้เช่นนี้ คุณก็จะไม่ทุกข์เมื่อถึงคราวที่ของนั้นหายไปจากคุณ

by nat
01-03-2010